กลุ่มผู้ประกอบการ ตั้งทนายฟ้องแพ่งบริษัททำน้ำมันรั่วทะเลระยอง หลังผ่านมา 7 เดือนไร้ข้อสรุป

by Kodangkhao

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.เวลา 10.00 น.ที่เบย์วิว รีสอร์ท หาดแม่รำพึง เลขที่ 41/144 ม.10 อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแม่รำพึง หรือเต๊นท์เขียว หาดสวนสน หาดสุชาดา และผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่พัก รีสอร์ทเกาะเสม็ด จำนวน 50 คน นำโดยนางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด และนายประเสริฐ ศิริมหา ประธานกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแม่รำพึง ได้รวมตัวกันหาทางออกกรณีบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) ปล่อยน้ำมันรั่วไหลในทะเล ก่อนพัดเข้าชายหาดแม่รำพึง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งผู้ประกอบการฯ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางผู้ประกอบการฯ ได้มีการนัดเจรจามาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา

นางสริญทิพญ กล่าวว่า บริษัทฯ ไม่มีความจริงใจในการเจรจาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หลังเหตุการณ์ผ่านมาร่วม 7 เดือนแล้ว การเจรจาไม่มีความคืบหน้า บริษัทฯ มีการถ่วงเวลาออกไปเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดแจ้งมาว่า จะไม่มีการเจรจาแล้ว จะทำหนังสือถึงผู้ได้รับผลกระทบให้ยอมรับเงื่อนไขของทางบริษัทฯ หากใครไม่พอใจก็ให้ไปฟ้องร้องเอา ซึ่งทางผู้ประกอบการฯ เห็นว่าบริษัทฯ ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลอกลวงกลุ่มผู้ประกอบการฯ มาตลอด ทั้งที่มีการพูดคุยก่อนหน้าแล้วว่าจะมีการเจรจากันเกิดขึ้นในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และในเดือน ส.ค.นี้จะมีการดำเนินการเจรจาเยียวยาได้ แต่ผลสรุปบริษัทฯล้มการเจรจา ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการฯ หมดความอดทน จะไม่มีการเจรจาอีกแล้ว จึงได้มีการรวมตัวกันขึ้น เพื่อดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายกับทางบริษัทฯ โดยวันนี้ได้มีการเชิญ จ.ส.ต.ดร.รัฐ กันภัย และนายวัชรินทร์ สว่างดี ทนายความ มาให้ปรึกษากับทางกลุ่มผู้ประกอบการฯ และรวบรวมเอกสาร หลักฐาน เพื่อดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น อีกอย่างสาเหตุที่ต้องเร่งฟ้องร้องเนื่อจากคดีดังกล่าวเป็นคดีแพ่ง อายุความเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งฟ้องร้อง ก่อนคดีจะหมดอายุความ

ขณะที่ผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ทหาดแม่รำพึง ยืนยันว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบเป็นรายตัว เพื่อตัดทอนให้การรวมกลุ่มกันให้มีกำลัง หรือประสิทธิภาพน้อยลง ซึ่งจะง่ายต่อการเจรจาเยียวยา ทั้งนี้ อยากให้ผู้ประกอบการฯ ได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะรายได้ที่ขาดหายไป เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา ความสวยงามท้องทะเล สัตว์ทะเลในน้ำและชายหาดไปจำนวนมาก อยากให้มีการพูดคุยการฟื้นฟูที่ชัดเจนด้วย.

อย่างไรก็ตามการเจรจาเยียวยาที่ผ่านมา มีความคืบหน้าอย่างไรนั้น ก็ต้องรอทางบริษัทฯ ออกมายืนยันว่ามีการพูดคุยกันถึงขั้นไหน หลังเหตุการณ์ผ่านมาร่วม 7 เดือนแล้ว.

You may also like